โดเมนเนม (Domain Name) เป็นชื่อสำหรับเรียกชื่อที่อยู่ของเว็บเพจของเรา
ตัวอย่างง่าย ๆ อาจจะเปรียบเทียบโดเมนเนมของคุณเป็นบ้านเลขที่ ซึ่งมีไว้สำหรับให้เครื่องคอมพิวเตอร์อื่น ๆ ทั่วโลกรู้จักบ้านของเรา ซึ่งแต่เดิมถูกระบุเป็นตัวเลขไว้ เช่น 203.150.225.92 โดเมนเนมนั้นอาจจะมีความหมายหรือเรียกได้อีกหลายชื่อเช่น เว็บไซต์ หรือ ยูอาร์แอล
ชื่อโดเมนเนม นั้นถือว่ามีความสำคัญมากสำหรับการดำเนินธุรกิจบนอินเตอร์เน็ตเพราะจะทำให้ผู้ที่ได้เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์ สามารถเข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ ที่เราจัดเตรียมไว้ในเว็บไซต์ได้อย่างสะดวก เช่น ข่าวสารต่าง ๆ ข้อมูลสินค้าและบริการ ซึ่งจะให้ความสะดวกรวดเร็วแก่ผู้เยี่ยมชมเป็นอย่างมาก
ปัจจุบันชื่อโดเมนเนมที่ได้รับความนิยมในการจดทะเบียนโดเมนเนมจะมีนามสกุลเป็น .COM เพราะเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายมากกว่าชื่อโดเมนเนมนี้ ค่อนข้างจะจำง่าย สะดวกในการเข้าชมเว็บไซต์ของคุณ
กฏมาตรฐานโลกที่บังคับใช้ในการจดโดเมนเนม
- ภายในชื่อโดเมนเนมสามารถใช้ตัวอักษร a-z, 0-9 และ เครื่องหมาย - (hyphen) ได้
- ชื่อโดเมนเนมจะต้องไม่ขึ้นต้นและลงท้ายด้วย _ หรืออักขระพิเศษใดๆ
- ชื่อโดเมนเนมจะต้องมีความยาวไม่น้อยกว่า 3 ตัวอักษร และไม่ยาวเกินกว่า 63 ตัวอักษร
- หลังจากการจดโดเมนเนมแล้ว ไม่สามารถเปลี่ยนชื่อโดเมนเนมได้
- หลังจากจดโดเมนเนมถูกจดทะเบียนแล้ว ภายใน 60 วันนับตั้งแต่วันแรกที่จดทะเบียนโดเมนเนม ท่านเจ้าของโดเมนเนมจะไม่สามารถย้ายผู้ให้บริการได้
- โดเมนเนมที่หมดอายุแล้วจะไม่สามารถย้ายผู้ให้บริการได้
ข้อควรรู้ ของโดเมนเนมก่อนจะทำจดโดเมนเนม
- ควรคิดชื่อโดเมนเนมให้พร้อมก่อนการจดทะเบียนและควรคิดไว้หลายๆชื่อ
- แต่ละชื่อควรจะสามารถสื่อถึงความหมายของเว็บไซต์ได้
- ไม่ควรคิดชื่อโดเมนเนมที่คลุมเครือ เช่น 4u เพราะผู้อื่นอาจจะตีความหมายเป็นหลายอย่างได้ เช่น foryou foru 4you เป็นต้น
- โดเมนเนมที่ตั้งไม่ควรยาวจนเกินไป เพราะจะทำให้ยากแก่การจดจำ
- อีเมล์ที่ใช้ในการจดทะเบียนไม่ควรใช้อีเมล์ที่ไม่มีความน่าเชื่อถือของระบบ เพราะอาจจะทำให้เสียโดเมนเนมได้ เมื่อผู้ให้บริการอีเมล์ปิดตัวลง
- ต้องระวังผู้ให้บริการ Hosting ที่แถมฟรีโดเมนเนม เพราะว่าบางแห่งจะใช้ชื่อเจ้าของ Hosting เป็นคนจดทะเบียน เพราะเราจะไม่มีสิทธิเข้าไปจัดการโดเมนเนมของตัวเองได้ ซึ่งอาจจะเกิดปัญหาเมื่อต้องการย้ายผู้ให้บริการได้
- ควรจะจดโดเมนเนมกับผู้ให้บริการที่ให้ชื่อเราเป็นเจ้าของโดเมนเนม 100% เพราะเมื่อเกิดปัญหา เราเท่านั้นที่จะสามารถจัดการได้เอง
- ควรจะจดโดเมนเนมกับผู้ให้บริการที่มีเครื่องมือจัดการโดเมนเนมให้ใช้ โดยที่เราสามารถเข้าไปจัดการแก้ไขได้ด้วยตนเอง เพราะไม่อย่างนั้น อาจจะทำการย้ายโดเมนเนมเองไม่ได้ เพราะโดนผู้ให้บริการล็อคโดเมนเนมเอาไว้
- การตั้งรหัสผ่าน ในการใช้จดทะเบียนโดเมนเนมควรจะตั้งให้ยากแก่การคาดเดา เพราะถ้าง่ายจนเกินไปจะเสี่ยงต่อการคาดเดาได้ เพราะอาจจะโดนเข้าไปจัดการโอนย้ายไปเป็นของคนอื่นได้(โดนขโมยนั้นเอง)
- เมื่อเราแก้ไขข้อมูลของโดเมนเนมเรียบร้อยแล้ว เราควรจะตั้งสถานะโดเมนเนมให้เป็นล็อคเอาไว้ เพื่อป้องกันการขโมยโดเมนเนม